ชื่อไทย: เดอะ ไนท์ เอเจนต์
ชื่ออังกฤษ: The Night Agent
ชื่อเดิม: The Night Agent Season 2
ประเภท: แอคชั่น, ทริลเลอร์, ดราม่า (Action, Thriller, Drama)
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
สถานะ: จบแล้ว (สตรีมครบทุกตอนแล้ว)
Season: 2
หมวดหมู่หลัก: สายลับ / สืบสวนสอบสวน / ระทึกขวัญ
Studio / Production: Sony Pictures Television, Project X Entertainment, MiddKid Productions
จำนวนตอน: 10 ตอน
ภาษาต้นฉบับ: ภาษาอังกฤษ
แพลตฟอร์ม: Netflix
นักแสดง:
- Gabriel Basso รับบท Peter Sutherland
- Luciane Buchanan รับบท Rose Larkin
- Amanda Warren รับบท Catherine Weaver
- Louis Herthum รับบท Jacob Monroe
- Berto Colon รับบท Solomon
- Brittany Snow รับบท Alice
- Teddy Sears รับบท Warren
- Arienne Mandi รับบท Noor
- Michael Malarkey รับบท Markus
- Keon Alexander รับบท Javad
ผู้กำกับ:
- Guy Ferland
- Adam Arkin
- Millicent Shelton
เรื่องย่อ
Peter Sutherland ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามของโปรแกรม Night Action อย่างเต็มตัว ภารกิจใหม่ของเขาในซีซัน 2 นี้นำพาเขาออกจากห้องใต้ดินในทำเนียบขาวไปสู่การปฏิบัติการระดับโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย เขาต้องสืบสวนและหยุดยั้งเครือข่ายการสมรู้ร่วมคิดข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธเคมี ซึ่งภารกิจนี้ได้พาดำเนินเรื่องไปยังหลากหลายสถานที่รวมถึงกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในขณะที่ต้องเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่า Peter ยังต้องเผชิญกับการทรยศหักหลังและต้องพยายามค้นหาว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวอยู่ในเครือข่ายของอเมริกาเอง
เนื้อเรื่องที่โดดเด่น
ซีซัน 2 ยกระดับสเกลของเรื่องราวจากการสมรู้ร่วมคิดภายในประเทศไปสู่ภัยคุกคามระดับนานาชาติ (Global Conspiracy) จุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาตัวละครของ Peter ที่ต้องปรับตัวจากการเป็นเพียงผู้รับสายโทรศัพท์ฉุกเฉินมาเป็นสายลับภาคสนามแบบเต็มตัว การเดินเรื่องยังคงมีความรวดเร็ว กระชับ และเต็มไปด้วยฉากแอคชั่นที่ดุเดือดขึ้นกว่าภาคแรก นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตัวละครใหม่ๆ ที่เข้ามาสร้างความซับซ้อนให้กับการสืบสวน รวมถึงความน่าสนใจจากการใช้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในโลเคชั่นหลักของการทำภารกิจ
รีวิว
The Night Agent ซีซัน 2 ได้รับเสียงตอบรับว่าเป็นภาคต่อที่ยกระดับความมันส์และทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ซีซันแรก การเปลี่ยนให้พระเอกออกไปลุยภาคสนามเต็มตัวทำให้ซีรีส์มีสเกลที่ใหญ่ขึ้นและมีฉากแอคชั่นที่เข้มข้นสะใจ การเล่าเรื่องยังคงรักษาความระทึกขวัญและการหักมุมที่ทำให้ผู้ชมต้องคอยลุ้นและเดาทางตลอดเวลา แม้พล็อตเรื่องอาจจะเดินตามสูตรสำเร็จของซีรีส์แนวสายลับสืบสวน แต่ด้วยความลื่นไหลของการกำกับ การแสดงที่เข้าถึงบทบาทของ Gabriel Basso และจังหวะการเล่าเรื่องที่ไม่ยืดเยื้อ ทำให้เป็น 10 ตอนที่ดูสนุกจนสามารถดูรวดเดียวจบได้สบายๆ